สำหรับคนที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศแน่นอน เรื่องการเงินเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่วางแผนจะไปเรียนต่อต่างประเทศ โดยความพิเศษของ โครงการ Work And Study คือ เปิดให้ผู้ร่วมโครงการสามารถเรียนต่อและทำงานพร้อมกันได้ บางคนอาจจะไม่เคยได้ยินหรือรู้จักชื่อโครงการนี้มาก่อนหรือไม่ทราบรายละเอียดว่าเกี่ยวกับอะไร บทความนี้จะมาบอกรายละเอียด ก่อนที่จะไป Work And Study ต้องรู้อะไรบ้าง เพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่คนที่วางแผนจะเข้าร่วมโครงการ
Work And Study คืออะไร
โครงการที่เปิดให้คนที่เข้าร่วมโครงการสามารถทำงานพร้อมกับเรียนไปด้วยได้อย่างถูกกฎหมายโดยส่วนใหญ่โครงการนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถหารายได้เสริมระหว่างเรียน เพื่อนำมาช่วยในค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังช่วยให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะทางภาษา ทักษะการทำงาน และสร้างประสบการณ์ที่มีประโยชน์ในอนาคต
Work And Study คุณสมบัติ
คุณสมบัติของผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ Work And Study มักจะมีข้อกำหนดดังนี้
- อายุขั้นต่ำ 18 ปีขึ้นไป
- มีวุฒิการศึกษาตามที่โครงการกำหนด (เช่น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า)
- มีผลสอบภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- มีสถานะนักเรียนหรือนักศึกษาในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรอง
- มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีประวัติอาชญากรรม
- มีหลักฐานทางการเงินเพียงพอในการเดินทางและใช้ชีวิตในช่วงแรกของโครงการ
ค่าใช้จ่ายโครงการ Work And Study ทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ Work And Study จะแตกต่างกันไปตามประเทศและสถาบันที่เลือก แต่โดยทั่วไปจะมีค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าสมัครเข้าร่วมโครงการ: ประมาณ 10,000 – 50,000 บาท (ขึ้นอยู่กับประเทศและผู้จัดโครงการ)
- ค่าเรียน: อยู่ที่ประมาณ 100,000 – 500,000 บาท (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและประเภทหลักสูตร)
- ค่าตั๋วเครื่องบิน: ไป-กลับประมาณ 20,000 – 50,000 บาท
- ค่าที่พัก: ประมาณ 10,000 – 30,000 บาท/เดือน
- ค่าครองชีพ: ประมาณ 15,000 – 40,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับประเทศที่เลือก)
Work And Study ประเทศไหนดี
แนะนำประเทศยอดนิยมสำหรับโครงการ Work And Study มีดังนี้
- แคนาดา: สามารถทำงานได้ 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ ระหว่างเปิดภาคเรียน และทำงานได้เต็มเวลาในช่วงปิดเทอม มีหลักสูตรที่เปิดสอนหลากหลายทั้งภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสแถมได้รับโอกาสในการขอใบอนุญาตทำงานหลังเรียนจบ (Post-Graduation Work Permit)
- ออสเตรเลีย: สามารถทำงานได้ 40 ชั่วโมง/สองสัปดาห์ ระหว่างเปิดภาคเรียน และทำงานได้เต็มเวลาในช่วงปิดเทอม มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำค่อนข้างสูงและมีหลักสูตรเรียนภาษาที่หลากหลาย
- สหรัฐอเมริกา: สามารถทำงานได้เฉพาะในวิทยาเขตของสถาบันการศึกษาในช่วงปีแรกหากเข้าร่วมโครงการ OPT (Optional Practical Training) สามารถทำงานได้สูงสุด 12 เดือน หลังเรียนจบ
Work And Study 3 เดือน เหมาะสมไหม
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกทักษะภาษาในระยะสั้น มีข้อดีและข้อเสียดังนี้
- ข้อดี: ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าหลักสูตรระยะยาวสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์และกลับมาประยุกต์ใช้ต่อได้ทันทีโอกาสในการเรียนรู้วัฒนธรรมและการทำงานในต่างประเทศ
- ข้อเสีย: ระยะเวลาสั้น อาจไม่เพียงพอในการพัฒนาภาษาอย่างเต็มที่แต่มีข้อจำกัดในเรื่องการหางานและประสบการณ์การทำงาน
สำหรับคนที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ Work And Study ควรเตรียมพร้อมตั้งแต่เอกสารให้เรียบร้อยและควรสอบวัดผลวัดระดับภาษาอังกฤษล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดหรือล่าช้า เลือกประเทศที่ต้องการจะไป ศึกษาข้อมูลของประเทศที่จะไปให้ละเอียด รวมถึงศึกษาหลักสูตรที่จะไปเรียน เตรียมพร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย เตรียมพร้อมเรื่องการขอวีซ่า หากใครสนใจเรื่องการขอวีซ่าหรือบางคนอาจจะไม่รู้วิธีการขอวีซ่าหรือเป็นการขอวีซ่าครั้งแรกบทความที่แล้วได้แชร์เกี่ยวกับวิธีการขอวีซ่าสามารถเข้าไปดูได้เลย